หมูสามชั้นเคี่ยวนานในน้ำพะโล้หอมโป๊ยกั๊กและอบเชย จนเนื้อนุ่มละลายในปาก เสิร์ฟเป็นคำเล็กๆ คู่น้ำจิ้มมะนาวพริกแบบสตรีทฟู้ดเชียงใหม่
เตรียมเครื่องเทศหอม
คั่วโป๊ยกั๊ก อบเชย และกระวานในกระทะแห้งบนไฟกลางจนกลิ่นหอมฟุ้งขึ้นมาจั๊กๆ ประมาณ 2 นาที แล้วพักไว้ — กลิ่นหอมนี้คือหัวใจของหม้อพะโล้ทั้งหม้อ
ผัดกระเทียมและรากผักชี
ตั้งหม้อก้นหนักบนไฟกลาง ใส่น้ำมันพืช พอร้อนใส่กระเทียมผ่าครึ่งคว่ำหน้าตัดลงผัดจนเหลืองหอมฉุน ตามด้วยรากผักชีโขลก ผัดต่ออีก 1 นาทีจนกลิ่นดิบหายไป
ใส่หมูและเคลือบสี
ใส่ชิ้นหมูสามชั้นลงในหม้อ คนให้หมูสัมผัสความร้อนทุกด้านประมาณ 3 นาที จนผิวเริ่มเปลี่ยนสีและมีกลิ่นหอมแรงของไขมันหมูที่กำลังซ่า
เทน้ำซุปและปรุงรส
เทน้ำซุปหมูลงให้ท่วมเนื้อ ใส่ซีอิ๊วดำหวาน ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปี๊บ และน้ำมะขามเปียก คนให้เข้ากัน ชิมรสควรออกหวานนำ เค็มตาม และมีเปรี้ยวอ่อนๆ จากมะขามแอบซ่อนอยู่
ใส่เครื่องเทศและเคี่ยวนาน
ใส่เครื่องเทศคั่วทั้งหมดและพริกไทยโขลกลงในหม้อ ปิดฝาปล่อยให้เดือดปุดๆ แล้วลดไฟลงต่ำสุด เคี่ยวนาน 2 ชั่วโมง 15 นาที พลิกหมูทุก 30 นาที จนเนื้อนุ่มยวบเมื่อกดด้วยตะเกียบ
ใส่ไข่และเคี่ยวต่อ
ใส่ไข่ต้มปอกเปลือกลงในน้ำพะโล้ที่เข้มข้นขึ้นแล้ว เคี่ยวต่อโดยไม่ปิดฝาอีก 15 นาทีจนไข่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองสวยงาม น้ำพะโล้จะงวดลงและข้นหนืดเคลือบเนื้อหมูวาวๆ
ทำน้ำจิ้มมะนาวพริก
ผสมน้ำมะนาวคั้นสด น้ำปลา พริกขี้หนูสดสับ และผิวมะกรูดขูดในชามเล็ก รสต้องจี๊ดเปรี้ยวแสบลิ้นเล็กน้อยเพื่อตัดความมันของหมูพะโล้ได้อย่างลงตัว
จัดเสิร์ฟแบบสตรีทฟู้ด
หั่นหมูเป็นชิ้นพอดีคำ จัดลงบนจาน โรยกระเทียมเจียวและผักชีซอย เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มมะนาวพริกแยกถ้วย — หอม มัน เปรี้ยวจี๊ด ครบทุกความรู้สึกในคำเดียว
ยังไม่มีหมายเหตุ ปรุงแล้วหรือ? บอกทุกคนด้วย "ฉันทำแล้ว!"