ต้มเคี่ยวนานสามชั่วโมงจนน้ำแกงข้นหอม กลิ่นตะไคร้และใบมะกรูดฟุ้งทั่วครัว รสเผ็ดซ่าจากพริกแห้งอีสานและมะแขว่นทำให้อยากกินซ้ำอีกชาม
เตรียมพริกแกงอ่อม
โขลกพริกแห้งอีสาน 15 เม็ดที่แช่น้ำจนนุ่ม ข่าหั่น 1 นิ้ว ตะไคร้หั่น 3 ต้น กระเทียมไทย 10 กลีบ หัวหอมแดง 5 หัว และกะปิ 1 ช้อนชา เข้าด้วยกันในครกหินจนละเอียดหอมฟุ้งเป็นเนื้อเดียว อย่าใจร้อน โขลกช้าๆ ให้น้ำมันในพริกออกมาจนแผงครกหอมฉุน
ผัดพริกแกงให้หอม
ตั้งหม้อก้นหนักบนไฟกลาง ใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วใส่พริกแกงที่โขลกไว้ลงผัดไปเรื่อยๆ จนสีเข้มขึ้นและมีกลิ่นหอมโชยออกมาเหมือนกลิ่นตลาดเช้าอีสาน ใช้เวลาราว 8 นาทีจนน้ำมันแยกตัวออกจากพริก
ใส่เนื้อหมูและเคี่ยวรอบแรก
ใส่เนื้อหมูป่าลงในหม้อคลุกให้ทั่วกับพริกแกง จากนั้นเติมน้ำซุปกระดูกหมูทั้งหมด ใส่ตะไคร้ทุบและใบมะกรูด ปล่อยให้เดือดพลุ่งก่อน แล้วลดไฟต่ำ เคี่ยวคุ๊กกุ๊กช้าๆ นาน 1 ชั่วโมง 30 นาที จนเนื้อเริ่มนุ่ม
ปรุงรสและเคี่ยวต่อ
เติมน้ำปลาร้าปรุงสุก น้ำปลา และเกลือ คนให้เข้ากัน แล้วใส่เลือดหมูต้มสุก เคี่ยวต่ออีก 1 ชั่วโมง 15 นาทีบนไฟต่ำมากจนน้ำแกงข้นเหนียวสีแดงอมน้ำตาล กลิ่นปลาร้าจะค่อยๆ จางหายกลายเป็นความลึกของรสชาติ
โรยมะแขว่นและพริกสด
ช่วง 5 นาทีสุดท้าย ใส่พริกสดทุบและมะแขว่นคั่วบดหยาบลงในหม้อ กลิ่นมะแขว่นจะพุ่งออกมาซ่าจมูกทันทีเหมือนมีคนเปิดประตูครัวกระทันหัน คนเบาๆ แล้วชิมปรับรสตามใจ
บีบมะนาวและตกแต่ง
ก่อนยกเสิร์ฟ บีบน้ำมะนาวลงไปให้รสเปรี้ยวสดตัดกับความมันของหมู โรยผักชีฝรั่ง ต้นหอม และใบชะพลูให้เขียวสดงดงาม เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวนึ่งร้อนๆ
ยังไม่มีหมายเหตุ ปรุงแล้วหรือ? บอกทุกคนด้วย "ฉันทำแล้ว!"